บทสรุป
ผลการติดตามการดำเนินการตามนโยบายเรียนฟรี
15 ปี อย่างมีคุณภาพ
ในเขตตรวจราชการกรุงเทพมหานคร
*******************
ในปีงบประมาณ 2552 รัฐบาลได้ดำเนินการโครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วน เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเต็มศักยภาพ
โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รายการค่าเล่าเรียน หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน
เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งมีสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
จำนวน 37,860 แห่ง และมีนักเรียนนักศึกษาประมาณ
15.5 ล้านคน ที่ได้รับประโยชน์ในโครงการนี้
สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษา
กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ที่เป็นหน่วยขับเคลื่อน เชื่อมโยง
และบูรณาการนโยบาย และยุทธศาสตร์ของกระทรวง ไปสู่การปฏิบัติในระดับกลุ่มจังหวัด และยังเป็นหน่วยดำเนินการติดตาม
ประเมินผลการจัดการศึกษา ตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการติดตามประเมินผล
รวมถึงการจัดทำข้อเสนอแนะในการเพิ่มคุณภาพ และประสิทธิภาพการจัดการตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
เขตตรวจราชการกรุงเทพมหานคร
การดำเนินการติดตามการนำนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ไปสู่การปฏิบัติของสถานศึกษา
ในเขตตรวจราชการกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการใน 2
ลักษณะ ดังนี้
1.
รับฟังการบรรยายสรุป การเสนอความคิดเห็น
ข้อเสนอแนะ ระหว่างการติดตามและสนับสนุนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
(ดร.ปรียานุช จริยวิทยานนท์) ระหว่างวันที่ 2-5 มิถุนายน 2552 จากสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร จำนวน 50 เขต สังกัดอาชีวศึกษากรุงเทพ จำนวน 11 แห่ง สังกัดอาชีวศึกษามหานคร จำนวน 10 แห่ง โรงเรียนสาธิตในสังกัดมหาวิทยาลัย จำนวน 8 แห่ง
โรงเรียนสาธิตในสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏ จำนวน 5 แห่ง
2.
เก็บข้อมูลตามประเด็นการรายผลการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ในพื้นที่เขตตรวจราชการกรุงเทพมหานคร จากหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ
ที่มีสถานศึกษาในสังกัดเพิ่มเติม อีกจำนวน
4 แห่ง คือ 1) สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 2) สำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร
เขต 1 3)สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 และ 4) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร
เขต 3
การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นการวิเคราะห์เนื้อหา
สรุปประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปี
อย่างมีคุณภาพ 7 ประเด็นหลัก คือ
1. การรับรู้
ความเข้าใจต่อนโยบายเรียนฟรี 15
ปีอย่างมีคุณภาพ
2. การดำเนินการในส่วนของค่าเล่าเรียน
2.
การดำเนินการในส่วนของค่าเครื่องแบบ
3.
การดำเนินการในส่วนของค่าหนังสือเรียน
4.
การดำเนินการในส่วนของค่าอุปกรณ์การเรียน
5.
การดำเนินการในส่วนของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
6.
การดำเนินการในส่วนของระบบการรายงานและติดตามผลการดำเนินงาน
ผลการติดตามการดำเนินการตามนโยบายเรียนฟรี 15
ปี อย่างมีคุณภาพ
1.
การรับรู้ ความเข้าใจต่อนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ
การรับรู้
และความเข้าใจของผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียน เข้าใจและคาดหวังว่า
นโยบายเรียนฟรี หมายถึง การไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ให้กับโรงเรียนอีก
ซึ่งเป็นจุดอ่อนของการประชาสัมพันธ์โครงการ
ที่ไม่อธิบายนิยามของคำว่าเรียนฟรีให้ชัดเจน
ว่าเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายพื้นฐานของการศึกษา
และเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียน
สำหรับหน่วยงานผู้ปฏิบัติตามนโยบายเรียนฟรี
15 ปี อย่างมีคุณภาพ พบว่ากระบวนการดำเนินการมีหลายขั้นตอน สับสนในการปฏิบัติ
บางรายการต้องตีความเอง ทำให้เกิดความล่าช้า
2.
การดำเนินการในส่วนของค่าเล่าเรียน
การดำเนินการในส่วนของค่าเล่าเรียน
ซึ่งเป็นงบประมาณสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายหัวของนักเรียน
ตามจำนวนนักเรียนในปีงบประมาณ 2551 ที่ตัดโอนให้สถานศึกษา
เพื่อการบริหารจัดการโดยตรง
สำหรับหน่วยงานผู้ปฏิบัติตามนโยบายเรียนฟรี
15 ปี อย่างมีคุณภาพ ประเด็นที่พบคือ จำนวนนักเรียนเข้าใหม่ ของปีการศึกษา 2552 ที่ยังไม่แสดงยอด ทำให้ต้องแจ้งยอดเพิ่มเติม
และได้รับเงินในส่วนนี้ล่าช้า
3.
การดำเนินการในส่วนของค่าเครื่องแบบนักเรียน
ค่าเครื่องแบบนักเรียน
เป็นการตัดโอนงบประมาณให้เท่ากับจำนวนนักเรียนใน สถานศึกษา
โดยการจ่ายเงินให้กับผู้ปกครองนักเรียน ไปดำเนินการจัดซื้อเอง ตามอัตราที่กำหนดในแต่ระดับชั้น
และให้นำใบเสร็จรับเงินมาแสดง
สำหรับหน่วยงานผู้ปฏิบัติตามตามนโยบายเรียนฟรี
15 ปี อย่างมีคุณภาพ ในส่วนของค่าเครื่องแบบนักเรียน มีความกังวลถึงความเป็นเอกภาพ
ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน สถานศึกษา เป็นสำคัญ
4.
การดำเนินการในส่วนของค่าอุปกรณ์การเรียน
ค่าอุปกรณ์การเรียน
เป็นการตัดโอนงบประมาณให้เท่ากับจำนวนนักเรียนในโรงเรียน สถานศึกษา
โดยการจ่ายเงินให้กับผู้ปกครองนักเรียน ไปดำเนินการจัดซื้อเอง
ตามอัตราที่กำหนดในแต่ระดับชั้น และให้นำใบเสร็จรับเงินมาแสดง
สำหรับหน่วยงานผู้ปฏิบัติตามตามนโยบายเรียนฟรี
15 ปี อย่างมีคุณภาพ ในส่วนของค่าอุปกรณ์การเรียน
ถือเป็นภาระในการตรวจสอบติดตามใบเสร็จรับเงิน ทำให้เกิดความล่าช้าในการส่งหลักฐาน
ทั้งนี้ ปัญหาจากการดำเนินการ กรณี
ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่าอุปกรณ์การเรียน คือ 1) ผู้ปกครองนักเรียนไม่มารับเงินตามกำหนดเวลา
2) ผู้ปกครองนักเรียน ไม่เข้าใจระเบียบวิธีการเบิกจ่ายเงินของทางราชการ
3) ผู้ปกครองนักเรียนนำใบเสร็จรับเงินที่มีข้อความในใบเสร็จรับเงิน ไม่ครบถ้วนถูกต้อง
ทำให้ต้องนำไปแก้ไข
5.
การดำเนินการในส่วนของค่าหนังสือเรียน
ค่าหนังสือเรียน เป็นการตัดจ่ายงบประมาณ
ที่ให้สถานศึกษา ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ตามระเบียบฯ
การได้มาซึ่งหนังสือที่ต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ต้องได้รับการพิจารณาจาก
ภาคี 4 ฝ่าย คือ ผู้แทนครู ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนชุมชน และผู้แทนกรรมการนักเรียน
สำหรับหนังสือเรียน
จัดเป็นหนังสือยืมเรียน ทำให้เกิดปัญหากับนักเรียน ที่ไม่สามารถ
จดบันทึกสิ่งที่เรียนรู้
ไม่สามารถทด ขีด เขียน และต้องส่งคืน ส่งผลให้ผู้ปกครองนักเรียน
ต้องจัดซื้อหนังสือเรียนอีกหนึ่งชุดให้แก่บุตรหลานของตนเอง ทำให้เสียงบประมาณในส่วนนี้โดยใช่เหตุ
สำหรับหน่วยงานผู้ปฏิบัติตามตามนโยบายเรียนฟรี
15 ปี อย่างมีคุณภาพ ในส่วนของค่าหนังสือเรียน ไม่สามารถจัดซื้อบางรายวิชาที่เป็นหนังสือเฉพาะด้านได้
เพราะราคาแพง และยังต้องศึกษาวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกต้องตามระเบียบฯ แนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องชัดเจน ให้โปร่งใส
ตรวจสอบได้
6.
การดำเนินการในส่วนของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เนื่อง
สถานศึกษา แต่ละแห่ง แต่ละสังกัด มีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มีความแตกต่างกันตามบริบท
ทำให้งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุน เป็นข้อจำกัดต่อการจัดกิจกรรมที่หลากหลายให้แก่ผู้เรียน
โรงเรียนสาธิตทุกแห่งประกาศสละสิทธิ์ในส่วนนี้ เพื่อที่จะสามารถจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่สอดคล้องกับบริบท
และสามารถเรียกเก็บเงินสนับสนุนจากผู้ปกครองนักเรียนได้
ส่วนสถานศึกษา ในสังกัดอื่น บางแห่งมีการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพิ่มจากที่กำหนด
และขอรับเงินสนับสนุนจากผู้ปกครองนักเรียน โดยความเห็นชอบของกรรมการสถานศึกษา
7.
การดำเนินการในส่วนของระบบการรายงานและติดตามการดำเนินงาน
ระบบการรายงานและติดตามการดำเนินงาน มีความถี่ และรายละเอียดมากเกินไป ทำให้การประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เป็นไปด้วยความเร่งด่วน เกิดความสับสน กับเจ้าของข้อมูล ที่จะต้องดำเนินการรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ข้อเสนอแนะ
1.
การรับรู้ ความเข้าใจต่อนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ
รัฐต้องประชาสัมพันธ์ นิยามของนโยบายเรียนฟรี
15 ปี อย่างมีคุณภาพ ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนของผู้เกี่ยวข้อง
2.
รัฐควรกำหนดแนวทาง วิธีการปฏิบัติให้ชัดเจน
ในส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการอุดหนุนค่าเล่าเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน
ค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ก่อนประกาศนโยบาย เพื่อป้องกันความสับสนในการนำไปปฏิบัติ
3.
หน่วยงาน สถานศึกษา ผู้เกี่ยวข้องต้องประชาสัมพันธ์ แนวทาง
วิธีการการปฏิบัติในการใช้สิทธิตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ
ที่ถูกต้อง
ให้ผู้ปกครองนักเรียนทราบโดยทั่วถึง
4.
หน่วยงานต้นสังกัด ควรกำหนดระบบการรายงานและติดตามผลการดำเนินงาน วิธีการรายงาน
ที่ไม่ซับซ้อน และช่วงเวลาการรายงานที่ไม่กระชั้นชิด
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
การดำเนินการตามนโยบายเรียนฟรี
15 ปี อย่างคุณภาพ หากมีการดำเนินการต่อเนื่องในปีต่อไป
ในส่วนของงบประมาณสนับสนุนให้แก่ผู้ปกครองนักเรียน ที่เป็นค่าเครื่องแบบนักเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน
ค่าหนังสือเรียน ควรสนับสนุนเป็นค่าใช้จ่ายต่อหัว ตามอัตราที่กำหนด โดยวิธีการจ่ายตรงแก่ผู้ปกครองนักเรียน
ในลักษณะเดียวกับเช็คช่วยชาติ โดยให้เลขประจำตัว 13 หลัก
เป็นหลักฐานในการรับเงิน
เพื่อลดภาระความรับผิดชอบของครูอาจารย์ในสถานศึกษา
วิเคราะห์/สรุป : พรรษมนต์ สุวรรณอินทร์
นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
ชำนาญการ
กลุ่มติดตามและประเมินผล
สบย.กทม.